แบ่งจ่ายอย่างไร ผู้รับเหมาไม่เศร้า และ เราก็แฮปปี้

ผู้รับเหมาถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้งานสร้างบ้านสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เจ้าของบ้านส่วนใหญ่จึงต้องมองหาผู้รับเหมาที่มีความน่าเชื่อถือเข้ามารับผิดชอบงานสร้างบ้าน เพราะยุคนี้มักจะเกิดปัญหาเรื่องผู้รับเหมาทิ้งงานอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เกิดความเสียหายกับเจ้าของบ้านหลายราย

ดังนั้นสัญญาว่าจ้างกับการการแบ่งจ่ายงวดงานต้องถูกทำมาอย่างรัดกุมที่สุดเพื่อลดปัญหาเหล่านี้ลง แต่ถ้าทำออกมาไม่ดีและไม่มีความสมดุลทั้งผู้รับเหมาและเจ้าของบ้านก็อาจถูกเอาเปรียบได้ แบบนี้การทำงานก็ย่อมมีปัญหาอย่างแน่นอน วันนี้เรามีแนะนำวิธีแบ่งจ่ายผู้รับเหมาอย่างไรให้เหมาะสมและเจ้าของบ้านแฮปปี้ คือ

1.แบ่งจ่ายตามงวดงานอย่างเหมาะสม

ถ้าต้องการผู้รับเหมาที่มีความซื่อสัตย์ก็ควรแบ่งจ่ายตามงวดงามที่เหมาะสม โดยเลือกแบ่งจ่ายออกเป็น 9 งวดอย่างสมดุล ในงวดแรกวันทำสัญญาว่าจ้างเจ้าของบ้านควรวางเงินที่ประมาณ 20% ส่วนอีก 8 งวดงานที่เหลือให้แบ่งจ่ายออกเป็นงวดละ 10% และในแต่ละงวดต้องมีการระบุถึงขอบเขตงานที่ต้องเสร็จตรงตามที่ระบุไว้ ที่สำคัญคือต้องผ่านการตรวจสอบจากเจ้าของบ้านก่อนรับเงินเท่านั้น

2.ใช้ BOQ เป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา

ราคากลางวัสดุก่อสร้าง boq คือตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้เจ้าของบ้านเข้าใจศัพท์ด้านการก่อสร้าง, ราคาวัสดุ และราคากลางด้านงานก่อสร้าง มาพร้อมรายละเอียดต่างๆ ที่จะช่วยให้เจ้าของบ้านได้มองหาผู้มาสร้างบ้านที่ไม่มาในแบบผู้รับเหมาทิ้งงานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยเอกสาร BOQ นั้นควรแนบไว้ท้ายสัญญาว่าจ้างที่เป็นการอ้างอิงตัวแบบและราคาต่างๆ เพื่อเป็นการตกลงระหว่างเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาที่ถือว่าเข้าใจตรงกันตามเอกสารนี้

3.กำหนดขอบเขตเรื่องระยะเวลาให้ชัดเจน

เมื่อรู้แล้วว่าราคากลางวัสดุก่อสร้าง boq คืออะไร พร้อมแนบไว้ท้ายสัญญาว่าจ้างแล้ว ก็อย่าลืมที่จะกำหนดขอบเขตเวลาให้ชัดเจนด้วย เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญไม่เช่นนั้นผู้รับเหมาจะทำงานแบบตามใจฉันและงานก็ไม่เสร็จสักที โดยเริ่มกำหนดตั้งแต่วันแรกไปจนวันสุดท้ายว่าควรอยู่ที่ระยะเวลาเท่าไหร่ เริ่มต้นนับตั้งแต่วันไหนหรือขั้นตอนใด เมื่อรวมวันส่งงานแล้วควรอยู่ที่ระยะเวลาเท่าไหร่ เพื่อป้องกันการทำงานที่ล่าช้า ซึ่งงานสร้างบ้าน 1-3 ชั้นทั่วไปจะถูกกำหนดเวลาอยู่ที่ 10-12 เดือน แต่ถ้ามีงานอื่นเพิ่มเข้ามาก็ต้องเพิ่มเวลาในการก่อสร้างเข้าไปด้วย เพื่อให้เป็นธรรมต่อตัวผู้รับเหมา

4.ระบุให้ชัดเจนเมื่อมีงานเปลี่ยนแปลง

เอกสารสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ไม่ควรพลาด! คือเรื่องของการเปลี่ยนแปลงตัวงาน เพราะเจ้าของบ้านมักจะมีการขอลด เพิ่ม หรือปรับแบบบ่อยครั้ง ดังนั้นจึงมี 4 ข้อที่เจ้าของบ้านต้องยืดหยุ่นคือ ระยะเวลาในการก่อสร้าง, มีใบแสดงรายละเอียดหรือ BOQ ที่ชัดเจน, การระบุสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงที่ถูกต้อง และต้องทำหนังสือที่ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงที่เป็นจริงเสมอ เพื่อให้เป็นธรรมทั้งกับเจ้าของบ้านและตัวผู้รับเหมา

5.ล่าช้าต้องมีค่าปรับ

เมื่อเกิดความล่าช้า ไม่เป็นไปตามเวลาที่กำหนดไว้ตามข้อ 3 ผู้รับเหมาจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนนี้เรียกว่าค่าปรับงานล่าช้า โดยราคาทั่วไปจะปรับอยู่ที่ 0.01-0.05% ของมูลค่างาน ปรับเป็นรายวัน ถ้าคิดเป็นตัวเงินก็จะตกอยู่ที่วันละ 600-1,200 บาท ที่สำคัญคือการปรับเงินเรื่องล่าช้าต้องมีการระบุไว้ในสัญญาให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มแรกและให้ระบุว่าเจ้าของบ้านสามารถปรับได้ทันทีเมื่อผู้รับเหมาทิ้งงานเกินกว่ากี่วันหรือกี่เดือน เพื่อที่เจ้าของบ้านจะได้ไม่เสียเปรียบและเสียเวลามากเกินไป

ซึ่งวิธีการแบ่งจ่ายผู้รับเหมาทั้ง 5 ข้อนี้ จะช่วยทำให้เจ้าของบ้านและตัวผู้รับเหมาทำงานได้อย่างสบายใจ ยิ่งทำสัญญาชัดเจนและเป็นธรรมมากเท่าไหร่ งานก็จะยิ่งเดินหน้าไปได้ด้วยดีแบบไม่มีอะไรติดใจกัน ที่สำคัญคือความซื่อสัตย์ที่ทั้งเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาควรต้องมีต่อกัน เพียงเท่านี้การสร้างบ้านก็จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีแน่นอน

หากคุณมองหาคนสร้างบ้านตามฝันให้คุณ
ทิ้งข้อมูลไว้แล้ว 3BS จะติดต่อกลับไปเพื่อทำให้ฝันคุณเป็นจริง
Facebook Comment

Related Posts:

“Bungalow” หรือ “บังกะโล” คืออะไร?

มั่นใจว่าหลายคนเข้าใจผิดมาทั้งชีวิตว่า “Bungalow” หรือ “บังกะโล” คือบ้านพักตากอากาศตามชายทะเล แท้จริงคำว่า Bungalow นี้ยังหมายถึงบ้านที่มีลักษณะชั้นเดียวในเมืองได้อีกด้วย

เลือกกระเบื้องอย่างไรให้ตอบโจทย์ชีวิต

               กระเบื้องปูพื้นเป็นหนึ่งในวัสดุสำคัญที่จะทำให้พื้นบ้านมีความสวยงาม ดูแลรักษาง่าย และช่วยทำให้บ้านเย็นสบายขึ้น แต่ด้วยวิวัฒนาการของเทคโนโลยีทำให้กระเบื้องปูพื้นที่เคยมีเพียงไม่กี่ประเภทถูกพัฒนาให้มีอีกหลากหลายประเภทมาให้เลือกใช้มากขึ้น จุดนี้เองทำให้เจ้าของบ้านต้องเลือกกระเบื้องให้เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณที่มีอยู่ เพื่อให้ได้บ้านสวยที่สามารถตอบโจทย์ตัวเองได้มากที่สุด

เรื่องของแอร์กับห้องนอน

  ห้องนอนยุคนี้ถ้าไม่ติดตั้งแอร์ก็อาจทำให้การนอนหลับไม่ค่อยสบายมากนัก เพราะบ้านรุ่นใหม่มักจะถูกสร้างมาเพื่อให้ติดตั้งแอร์ภายในโดยเฉพาะ รวมไปถึงห้องคอนโดด้วยเช่นกัน ดังนั้นการติดตั้งแอร์ในห้องนอนจึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยห้องนอนหรือเพียงแค่ต้องการจุดติดตั้งเพื่อถูกต้อง ก็ถือว่าให้ประโยชน์ทั้งนั้น
error: